<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อไฟเซอร์เพิ่ม10ล.โดส นายกฯฮึ่มอย่าลักไก่VIP</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.อนุมัติงบฯ 9,372 ล้านบาทจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์ &amp;nbsp;20 ล้านโดส ไฟเขียวจัดซื้อไฟเซอร์เพิ่มเติมอีก 10 ล้านโดส รวมเป็น &amp;nbsp;30 ล้านโดส เริ่มทยอยส่งมอบได้ไตรมาส 4 ส่งผลให้ไทยมีวัคซีนหลากหลายประเภท &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ฮึ่ม! อย่าให้มีปัญหาลักไก่ฉีดไฟเซอร์อีก หากผิดให้ลงโทษตามกฎหมาย สธ.แจงจัดซื้อซิโนแวค 12 ล้านโดส ลดข้อจำกัดการส่งมอบของแอสตร้าฯ เพิ่มการใช้วัคซีนสูตรไขว้สร้างภูมิคุ้มกันหมู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบการสั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มเติมอีก 10 ล้านโดส พร้อมมอบให้กรมควบคุมโรค &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามกับผู้แทนบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) &amp;nbsp;จำกัด และไบออนเทค ทำให้การจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์ซึ่งเป็นวัคซีนชนิด &amp;nbsp;mRNA เพิ่มจำนวนเป็น 30 ล้านโดส ซึ่งจะเริ่มทยอยจัดส่งในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่สนับสนุนให้สามารถจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ 30 ล้านโดส รวมถึงวัคซีนเทคโนโลยีต่างๆ มาฉีดให้ประชาชน และขอให้มีการบริหารจัดการกระจายวัคซีนให้ดีด้วยแผนที่ชัดเจน รวมถึงการให้ข้อมูลการจัดสรรแก่ประชาชนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำข้อตกลงเพื่อจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ในครั้งนี้ จะทำให้ไทยมีวัคซีนโควิด-19 กระจายให้ประชาชนเกือบครบทุกชนิด ทั้งในส่วนของ &amp;nbsp;mRNA ของไฟเซอร์และโมเดอร์นา ชนิดเชื้อตายของซิโนแวคและซิโนฟาร์ม ชนิดไวรัลเวกเตอร์ของแอสตร้าเซนเนก้า&amp;quot; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวอีกว่า ครม.มีมติเห็นชอบโครงการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม 20,001,150 โดส (ไฟเซอร์) กรอบวงเงิน 9,372.7645 &amp;nbsp;ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดหาวัคซีน 8,439.1131 ล้านบาท และการบริหารจัดการ 933.6514 ล้านบาท ช่วงระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ สิงหาคม-ธันวาคม เพื่อจัดหาวัคซีนโควิด-19 สำหรับสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน โดยกลุ่มเป้าหมายสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาด ตามนโยบายรัฐบาลที่จะจัดหาวัคซีนให้แก่ประชาชน 100 ล้านโดสภายในสิ้นปี 2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.เห็นชอบการลงนามในร่าง In-kind Donation &amp;nbsp;Agreement ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขประเทศเยอรมนี กับ กระทรวงสาธารณสุขของไทย ซึ่งเป็นการรับบริจาคยา Monoclonal Antibody (Casirivimab/Imdevimab) จากเยอรมนี ของบริษัท &amp;nbsp;Regeneron และอนุมัติให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญา และ ครม.ยังเห็นชอบการลงนามในร่าง FORM OF &amp;nbsp;AGREEMENT Tripartite Agreement ระหว่างรัฐบาลภูฏาน รัฐบาลไทย และบริษัท AstraZeneca จำกัด ซึ่งเป็นการรับมอบวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของบริษัท AstraZeneca จำกัด และอนุมัติให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐบาลภูฏานมีความประสงค์จะมอบวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ของบริษัท AstraZeneca จำนวน 130,000-150,000 &amp;nbsp;โดสแก่ประเทศไทย ผลิตโดย Statens Serum Institute &amp;nbsp;ประเทศสวีเดน บนพื้นฐานของการส่งมอบคืนในอนาคต ตามข้อตกลงไตรภาคีระหว่างรัฐบาลภูฏาน รัฐบาลไทย และบริษัท AstraZeneca จำกัด ส่วนประเทศเยอรมนีมีความประสงค์บริจาค &amp;nbsp;Monoclonal Antibody จำนวน 1,000-2,000 ชุด โดยเป็นการบริจาคแบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งเป็นไปตามหลักมนุษยธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุม ครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เกี่ยวกับการบริหารจัดการวัคซีน โดยระบุกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขว่า สธ.ต้องจัดการวางแผนวัคซีนในปี &amp;nbsp;2565 ให้เรียบร้อย ต้องให้ชัดเจนว่าเข็มที่หนึ่ง เข็มที่สอง เข็มที่สามเป็นอย่างไร พร้อมกับถามนายอนุทินว่ายืนยันหรือไม่ว่า ภายในปี 2564 จะดำเนินการฉีดวัคซีนให้ได้ &amp;nbsp;70% โดยนายอนุทินตอบว่า &amp;quot;ยืนยันว่าทำได้&amp;quot; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ยังได้บอกกับที่ประชุมว่า มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการเป็นไปตามที่ ศบค.เสนอ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้พูดถึงกรณีที่มีข่าวว่า มีบุคคลที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรด่านหน้าได้รับวัคซีนไฟเซอร์ว่า เมื่อได้วัคซีนมาก็ให้ไปตามที่ ศบค.เสนอมา และเมื่อให้ไปแล้วก็ขอให้ปลายทางไปจัดการด้วย ไม่ใช่ว่าจะให้ตนต้องลงไปบอกคนนั้นทำอย่างนั้น คนนี้ทำอย่างนี้ ใครทำอย่างไรก็ต้องรับผิดชอบ และขอให้ตรวจสอบ หากทำผิดให้ลงโทษตามกฎหมายด้วย แล้วอย่าให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กล่าวถึงการรายงานจำนวนการได้รับวัคซีนที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากปัญหาระบบการดึงข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนประชาชนที่ได้รับเข็มที่ 3 จึงได้มีการปรับฐานข้อมูล โดยข้อมูลล่าสุดวันที่ 16 ส.ค.64 บุคลากรการแพทย์ได้รับวัคซีนเข็ม 1 จำนวน 8.5 &amp;nbsp;แสนคน เข็ม 2 จำนวน 7.4 แสนคน ส่วนเจ้าหน้าที่ด่านหน้าเข็ม 1 &amp;nbsp;9.8 แสนคน เข็ม 2 จำนวน 5.9 แสนคน ย้ำอีกครั้งว่าวัคซีนเข็ม 3 &amp;nbsp;เน้นฉีดตามนโยบายในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า หากมีความสงสัยหรือมีความผิดปกติเกิดขึ้นในการฉีดวัคซีนสามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ สธ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า ในส่วนของภาพรวมการฉีดวัคซีนในไทยจนถึงเมื่อ 16 ส.ค.64 รวมกว่า 24 ล้านโดส คิดเป็นเข็มที่ 1 อยู่ที่ &amp;nbsp;18.37 ล้านโดส คิดเป็น 25.5% ของประชากร ส่วนเข็มที่ 2 อยู่ที่ &amp;nbsp;5.2 ล้านโดส คิดเป็น 7.3% ของประชากร ส่วนกรณีที่มีการจัดซื้อซิโนแวคเพิ่มอีก 12 ล้านโดสนั้น เพื่อทำให้ลดข้อจำกัดเรื่องวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ส่งมอบในปริมาณไม่สูงนัก จึงสั่งเพิ่มเพื่อสามารถใช้ในสูตรไขว้ ซึ่งการฉีดซิโนแวคไขว้กับแอสตร้าฯ มีภูมิคุ้มกันสูง มีความครอบคลุมเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้ มีการกระจายวัคซีนได้มากขึ้นและลดการติดเชื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยยืนยันว่าจะบริจาควัคซีนไฟเซอร์ให้ประเทศไทยอีกจำนวน 1 ล้านโดส &amp;nbsp;ซึ่งกรมควบคุมโรคจะเร่งนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์ เพื่อวางแผนการจัดสรรล่วงหน้าให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด เพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ให้ได้เร็วที่สุด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีโลกออนไลน์พากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า ภรรยา ผอ.โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา และสามีหัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรมของ รพ.ดังกล่าวได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นบุคลากรด่านหน้า ทำให้ นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.แชมป์ สุทธิศรีศิลป ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า ตนได้ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปฉีดให้บุคคลดังกล่าว ถ้าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าก็จะต้องดำเนินการเอาผิดทางวินัยกับ ผอ.โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งต้องขอเวลาสอบข้อเท็จจริงสัก 1 &amp;nbsp;สัปดาห์จึงจะรู้ผลและดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ผอ.โรงพยาบาลดังกล่าวยืนยันว่า ทำตามเกณฑ์ของ สสจ.นครราชสีมาทุกอย่าง ไม่ได้ไปเบียดเบียนวัคซีนของบุคลากรทางการแพทย์คนอื่นแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113647</URL_LINK>
                <HASHTAG>372 ล้านบาท, ครม.อนุมัติงบฯ 9, จัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์  20 ล้านโดส, นายอนุชา บูรพชัยศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113cf9edd535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
